ผู้ช่วยศิษยาภิบาล คจ.แม่สายแบ๊บติสต์ จ.เชียงราย

“ผมชอบหนังสือ 'มุมมองใหม่ต่อศาสนศาสตร์คริสเตียน' ของ ฮวง สาบิน เนื้อหาของหนังสือทั้ง 22 บทจะอธิบายเรื่องสำคัญใกล้ตัวของคริสเตียนด้วยหลักศาสนศาสตร์ แต่ละบทจะแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ สะกิด สาระ สำรวจ และสนอง
ผมชอบช่วงสะกิดในเรื่องความบาปที่บอกว่า “มีคนเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากกว่าคนที่เสียชีวิตจากการติดเฮโรอีน โคเคนและยาเสพติดอื่นๆรวมกันทั้งหมด มีคนเสียชีวิตเนื่องจากถูกยุงกัดมากกว่าคนที่เสียชีวิตเพราะถูกเสือ จระเข้ ปลาฉลาม และงูกัดรวมกัน... เช่นเดียวกัน บาปที่ทำร้ายคนมากที่สุดก็คือธรรมดาที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย แต่มันเป็นบาปที่ร้ายแรงมาก เช่น ความโลภ ความหยิ่งยโส การพูดส่อเสียด ฯลฯ”
หนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อท่านที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตคริสเตียนที่พระเจ้าพอพระทัย”
ศิษยาภิบาลคริสตจักรไมตรีจิต

“เล่มโปรด” คงมีหลายเล่ม ไม่ใช่ “เล่มโปรดที่สุด” แต่ละหมวดก็มี เล่มโปรด เช่น หมวดอธิบายพระคัมภีร์และศาสนศาสตร์ หมวดชีวิตบุคคล หมวดทักษะการรับใช้พระเจ้า เป็นต้น ช่วงนี้ผมก็โปรด ‘จงภักดี’ เขียนโดย วอร์เรน ดับเบิลยู. วีเอิร์สบี ผมชอบหนังสือชุด “จง” เพราะมีลักษณะกึ่งเทศนากึ่งสอน กึ่งสำรวจแต่ก็ลึกในบางช่วง ผู้เขียนให้ข้อมูลเบื้องหลังและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแทรกเป็นระยะ เช่น ให้ข้อมูลว่าเมื่อเฮโรดสั่งฆ่าเด็ก ก็ไม่ใช่ฆ่าเป็นร้อยเป็นพัน เป็นไปได้ว่าเด็กถูกสังหารไม่เกิน 20 คน (เหตุผลอ่านในหน้า 26) คำว่า “นาซาเร็ธ” เป็นสำนวน “ดูหมิ่น ต่ำต้อย” เมื่อเรียกพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ก็ดูถูกเป็นนัย (หน้า 29) คำว่า “อ่อนน้อม” เป็นคำที่ชาวกรีกบรรยายม้าที่ถูกปราบพยศแล้ว มันหมายถึงพลังที่อยู่ภายใต้การควบคุม (หน้า 50) เป็นต้น ผู้เขียนยังหยอดคำคมเป็นระยะๆ เช่นกัน เช่น “การแบกกางเขนไม่ได้หมายถึงการติดเข็มกลัดที่ปกเสื้อ” (หน้า 116) พระพรอย่างหนึ่งที่ได้รับเมื่ออ่านเล่มนี้คือ พระเจ้าทรงเตือนผมว่า “จงหนีจากการทดลองเมื่อมีสัญญาณเตือน” เปโตรถูกตำหนิที่ตามไปห่างๆ (มัทธิว 26:58) แต่นั่นไม่ใช่ข้อผิดพลาดของเขา ข้อ ผิดพลาดจริงๆ ของเปโตรคือการที่เขาตามไป เขาควรจะออกไปจากที่นั่นต่างหาก… พระเยซูได้ตรัสสั่งอย่างชัดเจนไม่ให้พวกสาวกตามมา ถ้าเปโตรฟังคำตรัสนั้นและเชื่อฟัง เขาคงไม่ต้องปฏิเสธพระองค์ นอกจากนี้เสียงไก่ขันครั้งแรกยังเป็นคำเตือนสำหรับเปโตร และเขาควรออกไปจากที่นั่นทันที (หน้า 334-335) นอกจากนี้ ผมคิดว่าการบ้านการเมืองปัจจุบันต้องอ่านประโยค ที่ว่า “สงครามที่แท้จริงนั้นอยู่ภายในตัวเรา คือการต่อสู้ระหว่างความเห็นแก่ตัวกับความเสียสละ” (หน้า 117)
ด.ญ.ณิชมน นิตยโกศล (โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย)
สมาชิกคริสตจักรที่สองสามย่าน

“หนูชอบหนังสือ ‘จองจำในสุวรรณนคร’ เพราะมันสนุกและน่าตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเมื่อมีเสือหิวอยู่ในคุกด้วย และทุกคนก็กลัวว่าอโดนิรัมกับนักโทษคนอื่นๆ จะถูกจับให้เสือกิน แล้วพอทุกคนได้ยิน เรื่องของดาเนียล ก็อธิษฐานขอให้พระเจ้าปิดปากเสือ พระเจ้าก็ปิดปากเสืออย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ แล้วยังมีตอนที่ เลนเลย์เป็นไข้ทรพิษ แล้วแอนก็ดูแลเธอกับปลูกฝีให้ เด็กคนอื่นๆ ด้วยจนตัวเองป่วย หนูประทับใจเธอมากค่ะ”

“ผมชอบหนังสืออรรถาธิบายพระธรรม ‘1 และ 2 เธสะโลนิกา’ ของจอห์น สตอทท์ ท่านอธิบายได้อย่างละเอียดในประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันในแง่ ศาสนศาสตร์ เช่น เรื่อง Soul Sleep เมื่อเราตายเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ หรือเรื่องของ Antichrist น่าจะเป็นใคร หลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่ท่านยกมาเพื่ออธิบาย ไม่เพียงแต่ศัพท์ภาษากรีก ภาษาฮีบรูแต่ยกประวัติศาสตร์ คริสตจักรสมัยกลาง กับสงครามครูเสด ศาสนจักร-โรมันคาทอลิก นโปเลียน ฮิตเลอร์ สตาลิน ฯลฯ ยิ่งทำให้สนุกและเข้าใจพระวจนะพระเจ้ามากขึ้น”
“ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการอะไรๆ แบบเนื้อๆ ของจริงและเป็นประโยชน์ต่อ ความเชื่อ ความมั่นใจในอนาคตของชีวิตคริสเตียนเรา และดีมากสำหรับท่านที่เป็นผู้นำ หรือผู้สอนพระคัมภีร์”

“หนังสือเล่มโปรดของดิฉันคือ ‘ก้าวไปด้วยใจเชื่อ’ ของ
เคท เชียห์
ในช่วงที่อ่านนั้นดิฉันกำลังแสวงหาคำตอบจาก
พระเจ้าพอดี เพราะโดย
ส่วนตัว นอกเหนือจากการอธิษฐาน
อ่านพระคัมภีร์แล้ว ก็มักได้รับแนวทางหรือคำตอบดีๆ จากวรรณกรรมคริสเตียนเสมอ ดิฉันอ่านเล่มนี้จบอย่าง
รวดเร็ว เพราะเนื้อหาสนุกและน่าติดตามมาก ผู้เขียนมีลีลาการเขียนที่จริงใจและมีชีวิตชีวา ทั้งยังมีรูปประกอบ ทำให้เข้าใจและเข้าถึงชีวิตของผู้เขียนและบุคคลอื่นๆ
ในหนังสือเล่มนี้ได้โดยง่าย”
“หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่เธอมีความ
เข้มแข็ง
ใจสู้ อดทน และยอมฟังพระเจ้าอย่างสุดหัวใจในทุกๆ แง่มุมของชีวิต และที่ชอบที่สุดคือ เธอเชื่อและยึดมั่นในพระวจนะของพระเจ้า และสามารถถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับว่าพระวจนะนั้นได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในชีวิตของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เธอสามารถ
ยืนหยัด ผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มาได้”
“เมื่ออ่านแล้วดิฉันได้รับแรงบันดาลใจว่า แม้เราอาจจะคิดว่าเราเป็นแค่คริสเตียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ถ้าเรายอมมอบชีวิตให้พระเจ้า
เชื่อฟังและดำเนินชีวิตตามการทรงนำของพระองค์ เราก็สามารถเป็นคริสเตียนที่
เกิดผลได้ และจะมีชีวิตที่เป็นพรต่อผู้คนที่อยู่
รอบข้างเราด้วยเช่นกัน”

“หนังสือเล่มโปรดของผมก็คือ ‘ชัยชนะเหนือความมืด’ เขียนโดย นีล ที. แอนเดอร์สัน ครั้งแรกที่เห็นปกหนังสือ ผมรู้สึกไม่อยากอ่านหนังสือเล่มนี้เลย เพราะคิดว่าเนื้อหาคงจะหนักและเป็นเรื่องไกลตัว แถมหนังสือก็หนามากพอสมควร ผมมีโอกาสได้อ่านครั้งแรกเพราะแฟนแนะนำ เมื่อได้อ่านผมก็ไม่สามารถวางหนังสือเล่มนี้ได้เลย อ่านไปเรื่อยๆ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เกือบตีสองแล้ว แต่ผมกลับไม่รู้สึกง่วงเลย
หนังสือเล่มนี้นอกจากเป็นประโยชน์อย่างมากกับตัวผมเองแล้ว ยังทำให้ผมสามารถนำพระคำของพระเจ้ามาใช้ในอาชีพนักจิตวิทยาอย่างเกิดผล สามารถช่วยคนที่ประสบปัญหาทางจิตใจและจิตวิญญาณได้มากกว่าที่ผมเคยทำได้ เป็นหนังสือที่ผมต้องหยิบมาอ่านซ้ำบ่อยมากที่สุดรองจากพระคัมภีร์
สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน ผมอยากให้ซื้อไว้เป็นของส่วนตัว แล้วคุณจะพบว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนคลายเหงา แต่เป็นน้ำมันตะเกียงที่ช่วยเสริมให้โคมส่องเท้าในชีวิตของเราสว่างไสว และไม่หลงทาง ผมรักหนังสือเล่มนี้ครับ”

“เล่มโปรดของดิฉันคือ ‘การสอนที่มีอานุภาพ เปลี่ยนชีวิต’ (Teaching to Change Lives) ของ ดร.ฮาเวิร์ด จี. เฮ็นด์ริคส์ เป็นหนังสือที่ไม่เพียงแต่ บอกถึงกฎของการเป็นครูที่มีประสิทธิภาพ แต่ยัง ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้ผู้สอนมีไฟ อยู่เสมอ และเป็นผู้ที่จะนำการเปลี่ยนแปลงอย่าง ยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตผู้เรียน
หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่ดีสำหรับครูผู้สอนเท่านั้น แต่อยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่าน เพราะเป็นการจุด ประกายให้เราเป็นคนใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอ ทำให้เรา ตระหนักว่าชีวิตของเรานั้นมีอิทธิพลในการสร้าง ชีวิตผู้อื่นด้วย”

หนังสือเล่มโปรดของผมคือ “ศึกษาวิธีการของพระคริสต์” เขียนโดย โรเบิร์ต อี. โคลแมน เพราะทำให้ผมทำพันธกิจอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้าผมจะเลียนแบบใครสักคน พระเยซูคริสต์คงจะเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด
ผมรู้จักหนังสือนี้จากเอกสารการอบรมพัฒนาผู้ทำงานขององค์การแคมพัสครูเสด และเป็นหนังสือที่ทางองค์การแนะนำให้พนักงานทุกคนต้องอ่าน ทุกบทของหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่กล่าวต่อเนื่องกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำให้ผมประทับใจทั้งเล่ม และต้องอ่านด้วยความตั้งใจและใคร่ครวญจริงๆ
พระพรที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้คือความเข้าใจเรื่องพระมหาบัญชาของพระองค์ที่แท้จริงนั้นหมายความว่าอย่างไร และทำให้การรับใช้ของผมมีเป้าหมายที่ชัดเจน

“ ‘มิน่าล่ะ...เขาจึงเรียกพระองค์ว่าพระผู้ช่วยให้รอด’ (No wonder they call Him the Savior) เขียนโดย แม็กซ์ ลูคาโด เป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดของผม หนังสือเล่มนี้เรียบง่าย ทว่าช่วยให้ผมเห็นข่าวประเสริฐได้อย่างแท้จริง มันไม่สำคัญเลยว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับพระเยซูมากเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้จักพระคริสต์อย่างเป็นส่วนตัวต่างหาก”
“สิ่งสำคัญคือความสัมพันธ์ส่วนตัวของเรากับพระคริสต์ในฐานะที่พระองค์ เป็นเพื่อน เป็นพี่ชาย และเป็นทุกสิ่งของเรา พระองค์ไม่สามารถทำงานในโลกนี้ถ้าปราศจากเรา และเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยถ้าไม่มีพระองค์ เราเป็นใจปรารถนาของพระองค์ และพระองค์ก็เป็นใจปรารถนาของเราเช่นกัน”
“หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมมีโอกาสกลับไปใคร่ครวญอีกครั้งหนึ่งถึง พระคริสต์ผู้เป็นสหายเลิศ ผู้ที่แบกกางเขนนี้เพื่อผม ผู้ที่ยอมรับผมเสมออย่างที่ผมเป็น ผมขอหนุนใจให้พี่น้องได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ และชื่นชมความงดงาม ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระองค์ผู้ที่เราเรียกว่า องค์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา”
"ได้มีโอกาสอ่านหนังสือหลายเล่ม แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ถือว่าเป็นเล่มโปรดซึ่งมีพี่คนหนึ่งแนะนำให้อ่าน นั่นคือ 'สุนัขจิ้งจอกตัวเล็ก ที่ทำลายสวนองุ่น' ผู้เขียน คือ ดับเบิลยู. แบร์รี มิลเลอร์ "หนังสือเล่มนี้อ่านง่าย แถมยังหนุนใจและเป็นประโยชน์ต่อตัวเองในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระเจ้า ฟื้นฟูฝ่ายจิตวิญญาณ เพราะเมื่ออ่านไปก็ได้สำรวจชีวิตความสัมพันธ์กับพระเจ้าในด้านต่างๆ และบาปต่างๆ ที่สามารถทำลายสันติสุขภายในใจของเรา แล้วส่งผลต่อความสัมพันธ์กับพระเจ้าและผู้อื่นด้วย ลองไปหามาอ่านนะคะ เมื่อได้อ่านแล้วจะไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะ"
“หนังสือที่ผมชอบก็คือ ‘พระเยซูที่ฉันไม่เคยรู้จัก’ ของ ฟีลิป แยงซี (ศูนย์ทีรันนัส) รู้จักเล่มนี้ตั้งแต่ยังไม่แปลเป็นภาษาไทย ซื้อเมื่อตอนไปประชุมที่ต่างประเทศเมื่อประมาณเจ็ดปีก่อน พอได้เห็นฉบับภาษาไทยก็รีบซื้อ ชอบเล่มนี้เพราะเป็นหนังสือที่พูดถึงความเป็นมนุษย์ของพระเยซูไว้ค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นส่วนที่เรามักจะไม่ค่อยได้นึกถึง ช่วยเปิดมุมมองที่เราไม่เคยคิดมาก่อน ทำให้เห็นว่าแท้จริงพระองค์ต้องถ่อมใจมากที่ลงมาเกิดเป็นมนุษย์และพบความทุกข์ อ่านแล้วต้องขอบคุณพระเจ้า ยกย่องพระเจ้า และบางครั้งต้องอธิษฐานเป็นช่วงๆ เพราะซาบซึ้งในพระคุณของพระองค์ที่เสด็จมาไถ่บาปให้เรา”
“เล่มแรกที่ชอบคือ ‘ค่านิยมทวนกระแส’ เพราะอธิบายคำเทศนาบนภูเขาของพระเยซูอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่พระเยซูสอนทำให้เห็นถึงความสุขที่แท้จริงของชีวิต ที่ไม่ใช่ความสุขของโลก ซึ่งทั้งคำอธิบายคำเทศนาและส่วนที่ผู้เขียนขยายความ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตปัจุบัน เรียกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตเราและยังทันสมัยอยู่ ส่วนอีกเล่มหนึ่งที่ชอบก็คือ ‘เนหะมีย์ หนึ่งในยอดผู้นำ’ ซึ่งเป็นหนังสือที่มักจะแนะนำหรือซื้อให้คนอื่นอ่าน เพราะทำให้เห็นลักษณะบุคลิกของผู้นำที่น่าเรียนรู้และเลียนแบบ และเล่มนี้ไม่จำเป็นว่าคริสเตียนที่เป็นผู้นำเท่านั้นที่ควรอ่าน แต่คริสเตียนทั่วไปก็ควรมีบุคลิกอย่างเนหะมีย์”
หากพี่น้องท่านใดอยากแบ่งปันหนังสือเล่มโปรดของท่าน เขียนมาหาเราได้ที่ editorial@kanokbannasan.org นะคะ