คำชี้แจง หนังสือ “วันต่อวันกับพระเยซู”
จากสำนักพิมพ์ Thomas Nelson

สำนักพิมพ์ Thomas Nelson Publishers มีความภูมิใจที่ได้เป็นผู้พิมพ์หนังสือต่างๆ ของซาร่าห์ ยัง (Sarah Young) รวมทั้ง Jesus Calling (วันต่อวันกับพระเยซู) ซึ่งเป็นหนังสือบันทึกการเฝ้าเดี่ยว 365 วัน ที่ถูกเขียนขึ้นประหนึ่งว่าพระเยซูกำลังตรัสกับผู้อ่าน ในรูปแบบที่จะช่วยให้ผู้อ่านได้ชื่นชมยินดีกับการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์และได้รับสันติสุขจากพระองค์ ผู้อ่านกว่าสิบล้านคนรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดพระเยซูมากขึ้นเมื่อได้อ่านหนังสือ Jesus Calling หรือหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ตามมาของซาร่าห์ ยัง เช่น Dear Jesus, Jesus Lives, Jesus Today, Jesus Calling Bible Storybook and Jesus Calling for Kids       

ในบทนำของ “วันต่อวันกับพระเยซู” นี้ ซาร่าห์ได้เล่าให้เราฟังทั้งคำพยานส่วนตัวและเรื่องราวความเป็นมาว่าทำไมเธอจึงได้เปลี่ยนการบันทึกคำอธิษฐานของเธอ จากการสนทนากับพระเจ้าอยู่แต่ฝ่ายเดียวมาเป็นบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย และจากบันทึกเหล่านี้เองที่หนังสือ “วันต่อวันกับพระเยซู”  ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมา ในงานเขียนทั้งหมดของซาร่าห์ ยัง เธอได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพระเยซูทรงเป็นผู้ที่สอนเธอ เตือนเธอ และนำพาเธอ   
   

ซาร่าห์พูดชัดเจนว่า “ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันเขียนนี้ไม่ถึงกับเป็นการดลใจจากพระเจ้าเหมือนเช่นพระคัมภีร์ แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ช่วยให้ฉันเติบโตอย่างใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น” (วันต่อวันกับพระเยซู หน้า 12) ในตอนแรกๆ นั้นเธอได้เขียนบันทึกข้อความเหล่านี้เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ในที่สุด เธอได้แบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ซึ่งพวกเขาต่างก็ได้รับพระพรจากเนื้อหาดังกล่าวจนต้องขออนุญาตถ่ายเอกสารเพื่อให้คนอื่นๆ ได้อ่านด้วย การตอบสนองของพวกเขาทำให้ซาร่าห์ประหลาดใจและมีแรงจูงใจที่จะหาช่องทางตีพิมพ์บันทึกเฝ้าเดี่ยวนี้เป็นรูปเล่มอย่างเป็นทางการ ในที่สุดหนังสือ Jesus Calling ก็ได้ออกวางตลาดในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2004        

ซาร่าห์พูดชัดเจนว่าเธอไม่ได้ยินพระเจ้าตรัสเสียงดังฟังชัดด้วยหูของเธอ แต่เธออธิบายว่าเธอฟังและได้ยินพระเจ้าตรัสภายในจิตใจของเธอ แม้กระทั่งนักศาสนศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างมาร์ติน ลูเธอร์ ก็ยังให้ความสำคัญกับการฝึกปฏิบัติเช่นนั้น ในหน้าที่ 288 ของหนังสือ Praying: Finding Our Way Through Duty to Delight (การอธิษฐาน: การหาทางออกจากวัตรปฏิบัติสู่ความปิติยินดี) เจ.ไอ. แพ็คเกอร์ ได้อ้างถึงคำพูดของ มาร์ติน ลูเธอร์ ในเรื่องนี้ว่า “ถ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะมาและเริ่มตรัสสั่งสอนต่อหัวใจของคุณ โดยการให้ข้อคิดที่ล้ำค่าและแจ่มแจ้งขึ้น...จงเงียบสงบและฟังพระองค์ผู้ทรงสามารถตรัสได้ดีกว่าที่คุณพูดและให้ใส่ใจกับสิ่งที่พระองค์ทรงอ้างและจดบันทึกไว้ แล้วคุณจะประสบกับสิ่งมหัศจรรย์มากมายดังที่ดาวิดได้กล่าวไว้ ‘ขอทรงเปิดตาของข้าพระองค์เพื่อข้าพระองค์จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายในบทบัญญัติของพระองค์’ (สดุดี 119:18 ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)”        

ซาร่าห์เชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นสิทธิอำนาจสูงสุดและเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคริสเตียน แม้แต่ในคำนำของ Jesus Calling (วันต่อวันกับพระเยซู) เธอได้กล่าวว่าพระคัมภีร์เท่านั้นที่เป็นพระวจนะคำของพระเจ้าอันไร้ความผิดพลาดหรือข้อบกพร่อง ซาร่าห์และสตีเฟ่น สามีของเธอ (ผู้ซึ่งเป็นมิชชันนารีเต็มเวลา) พร้อมทั้งทีมบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ Thomas Nelson Publishers ต่างร่วมมือกันทำทุกอย่างให้แน่ใจว่างานเขียนของเธอสอดคล้องกับคำสอนในพระคัมภีร์

pic



สงวนลิขสิทธิ์ © 2010 กนกบรรณสาร (OMF Publishers)